ข่าวกีฬา

เปเรซหวั่นเจอกลับลำ

เปเรซหวั่นเจอกลับลำเสนอ ปล่อยโมราต้าคู่ฮาเมส ให้สิงห์บลู

ฟลอเรนติโน เปเรซ ประธานสโมสร “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ติดต่อไปหาทีม “สิงโตน้ำเงิน” เชลซี เพื่อเสนอขาย อัลบาโร โมราตา และ ฮาเมส โรดริเกซ แบบแพ็กคู่ ด้วยค่าตัวรวม 133 ล้านปอนด์

เรอัล มาดริด หวังโก่งค่าตัวของ อัลบาโร โมราตา ให้ได้มากที่สุด โดยปฏิเสธข้อเสนอ 65 ล้านปอนด์ และ 70 ล้านปอนด์ จากแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และต้องการค่าตัวที่ 80 ล้านปอนด์เท่านั้น ทำให้ปิศาจแดงเกิดเปลี่ยนใจหันไปคว้าตัว โลเมลู ลูกากู กองหน้าของเอฟเวอร์ตัน ด้วยค่าตัว 75 ล้านปอนด์ แบบรวดเร็วปานสายฟ้าฟาด

ซึ่งรายงานข่าวจาก เดียริโอ โกล สื่อดังของสเปน ระบุว่า จากกรณีดังกล่าวทำให้ ฟลอเรนติโน เปเรซ ติดต่อไปหาทีมเชลซี เพื่อเสนอขาย โมราตา กับ ฮาเมส แบบแพ็กคู่ ด้วยค่าตัวรวม 133 ล้านปอนด์ ซึ่งถูกกว่าหากเทียบการที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะต้องทุ่มเงินไม่ต่ำกว่า 150 ล้านปอนด์ ในการซื้อตัวทั้ง 2 คน แบบแยกกัน

ทั้งนี้เป็นที่เชื่อกันว่า เรอัล มาดริด หวังนำเงินจากการขาย โมราตา กับ ฮาเมส ไปเดินหน้าคว้าตัว คีเลียน เอ็มบัปเป กองหน้าอนาคตไกลของโมนาโก มาร่วมทีม

Read More
ข่าวกีฬา

พี่เสือ ประเดิมสามแต้ม

พี่เสือ ประเดิมสามแต้ม เปิดบ้านอัดห้างขายยาเปิดหัวบุนเดสลีกา

แชมป์เก่า “เสือใต้” ยังคงดุ เปิดบ้านต้อน “ห้างขายยา” 3-1 เก็บ 3 แต้มแรก เดินเปิดซีซั่น พร้อมกับผู้ตัดสินใช้ภาพช้า (VAR) ช่วยเป็นครั้งแรกในเวทีบอลลีกเยอรมนี

การแข่งขันฟุตบอลบุนเดสลีกา เยอรมนี เมื่อคืนวันที่ 18 ส.ค. 2560 เป็นการแข่งขันในนัดเปิดสนามฤดูกาล 2017-18 แชมป์เก่า “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค เปิดอริอันซ์ อารีน่า รับการมาเยือนของ “ห้างขายยา” ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น

เกมนี้ คาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือใหญ่ทีมเสือใต้ ส่ง 3 แข้งใหม่ป้ายแดง อย่าง เซบาสเตียน รูดี้, นิคลาส ซูเลอ และโกรองแต็ง โทลิสโซ่ ลงสนามเป็น 11 ตัวจริง ร่วมกับผู้เล่นอย่าง แมตส์ ฮุมเมิลส์, โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี, ฟรองค์ ริเบรี, โธมัส มุลเลอร์, อาร์ตูโร่ วิดัล

เริ่มเกมมาเพียง 9 นาที เจ้าถิ่นบาเยิร์น มิวนิค ได้ประตูออกนำอย่างรวดเร็ว 1-0 จากจังหวะลูกฟรีคิกทางริมเส้นฝั่งซ้าย เซบาสเตียน รูดี้่ เปิดบอลมาให้ นิคลาส ซูเลอ โหม่งเข้าไป

หลังจากนั้นอีกไม่นาน นาทีที่ 18 เจ้าถิ่นหนีห่าง 2-0 จากจังหวะลูกเตะมุม นายประตูเลเวอร์คูเซ่น ชกบอลเคลียร์ออกมาเข้าทาง อาร์ตูโร่ วิดัล กระดกกลับเข้าไปในกรอบเขตโทษ และเป็น โตลิสโซ่ โหม่งจ่อๆเข้าไปง่ายๆ ก่อนจบครึ่งเวลาแรกด้วยสกอร์นี้

ครึ่งเวลาหลัง เริ่้มมาเพียง 7 นาที บาเยิร์น มิวนิค มาได้ลูกโทษที่จุดโทษ จากจังหวะที่ ดาวิด อลาบา ลากเลื้อยมาทางริมเส้นฝั่งซ้าย ก่อนเปิดเข้ากลาง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี เบียดกับกองหลังทีมเยือนล้มลงในกรอบเขตโทษ ตอนแรกผู้ตัดสินในสนามไม่ได้ว่าอะไร แต่จัดการส่งสัญญาณไปยังด้านบนใช้เทคโนโลยี VAR (ภาพช้าช่วยการตัดสิน) เข้ามาช่วย และตัดสินใจเป่าให้เป็นจุดโทษ เลวานดอฟสกี สังหารเข้าไปไม่พลาด เจ้าถิ่นหนีห่าง 3-0

อย่างไรก็ตามทีมเยือนไม่ยอมแพ้ มาได้ประตูตีไข่แตก 1-3 จากลูกยิงสุดสวยของ เมห์เมดี้ หมดเวลา 90 นาที แชมป์เก่า บาเยิร์น มิวนิค เปิดบ้านเอาชนะ เลเวอร์คูเซ่น 3-1 เก็บชัยประเดิม 3 แต้มแรกในศึกบุนเดสลีกา เยอรมนี ได้สำเร็จ

Read More
ข่าวกีฬา

ค้างคาว ประเดิมสามแต้ม ซาซา

ค้างคาว ประเดิมสามแต้ม ซาซา ซัดนำชัยเหนือ ลาส พัลมาส

ซิโมเน ซาซา สวมบทฮีโร่ดลบันดาลชัยพา “ไอ้ค้างคาว” บาเลนเซีย เปิดถ้ำเฉือน ลาส พัลมาส 10 คนหวุดหวิด 1-0 เก็บสามแต้มประเดิมศึกลาลีกา สเปนฤดูกาล 2017/18
การแข่งขันฟุตบอลลาลีกา สเปน ฤดูกาล 2017/18 ประจำวันที่ 18 ส.ค. นัดเปิดสนามระหว่าง “ไอ้ค้างคาว” บาเลนเซีย เปิดสนามเมสตายา สเตเดียมพบกับ ลาสพัลมาส โดยเกมนี้เจ้าถิ่นนำทัพโดย ซิโมเน ซาซา กับ โรดริโก ยืนเป็นหน้าคู่ ส่วนทีมเยือนวาง โจนาธาน กายารี ค้ำแดนหน้าคอยล่าตาข่าย

เปิดฉากขึ้นมาเป็นเจ้าบ้านครองบอลได้มากกว่าและมาได้ประตูออกนำ 1-0 ในนาทีที่ 22 โรดริโก เลี้ยงจี้มาก่อนไหลไปฝั่งซ้ายให้ คาร์ลอส โซเลร์ ลากตัดในก่อนแตะต่อให้ ซิโมเน ซาซา แปด้วยซ้ายเสียเสาเข้าไปเลย

สถานการณ์ของทีมเยือนย่ำแย่เข้าไปอีกนาทีที่ 33 อัลเลน ฮาลิโลวิช ไปยกเท้ายันใส่ โฆเซ กายา เต็มๆ เฆซุส กิล ผู้ตัดสินในเกมนี้ ควักใบแดงไล่ออกจากสนามทำให้ทีมเยือนเหลือผู้เล่นสิบคนและตามหลังอยู่ 0-1

ครึ่งหลังค้างคาวที่ตัวมากกว่าเดินหน้ากะเอาลูกที่สองแต่ทำประตูเพิ่มไม่ได้ จบเกมการแข่งขัน บาเลนเซีย เปิดบ้านเฉือนเอาชนะ ลาส พัลมาส 1-0 เก็บสามแต้มต้อนรับฤดูกาลนี้

ส่วนผลการแข่งขันอีกคู่

เลกาเนส ชนะ อลาเบส 1-0

Read More
ข่าวการท่องเที่ยว

คึกคักเทศกาลโคมไฟบาติกยาวที่สุดในโลก

คึกคักเทศกาลโคมไฟบาติกยาวที่สุดในโลก

นักท่องเที่ยวคึกคัก ร่วมเทศกาลโคมไฟบาติก ยาวที่สุดในโลก ที่อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา
เมื่อเวลา19.00 น. วันที่ 11 ส.ค. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา นายเอกรัฐ หลีเส้น รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา นายมานิต เพียรทอง ปลัดจังหวัดพังงา นางกัญญ์ชลา สุขิตรกูล ท่องเที่ยวกีฬาจังหวัดพังงา นายชูชาติ อ่อนเจริญ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานพังงา ร่วมเปิดงานเทศกาลชมโคมไฟ “เสน่ห์สีสัน โคมไฟบาติกแห่งอันดามัน : Phangnga Lantern Fastival 2017” โดยงานจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 11-12 สิงหาคม 2560 บริเวณเขาหลักเซ็นเตอร์ ถนนเพชรเกษม ม.7 ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา โดยมีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและสร้างภาพลักษณ์รวมทั้งเป็นการส่งเสริมเอกลักษณ์และวัฒนธรรมของชาวจังหวัดพังงา

ภายในงานมีการจัดอุโมงค์โคมไฟบาติก ที่ยาวที่สุดในโลกเท่าที่เคยทำมา ด้วยระยะทางกว่า 360 เมตร มีการสอนเทคนิกการทำผ้าบาติก ให้นักเรียน เพื่อที่จะนำไปประกอบอาชีพและส่งเสริมเอกลักษณ์และวัฒนธรรมของชาวพังงาให้ชัดเจนยิ่งขึ้น มีการประกวดโคมไฟจากผ้าบาติก

นายภัคพงศ์ ทวิพัฒน์ กล่าวว่า งาน “เสน่ห์สีสัน โคมไฟบาติกแห่งอันดามัน” ในครั้งนี้ เป็นการแสดงให้เห็นถึงอัตลักษณ์ที่โดดเด่นของจังหวัดพังงา โดยผ่านลวดลายสีสันของผ้าบาติกที่นำมาออกแบบเป็นโคมไฟเขาตาปูที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวที่รู้จักในชื่อเขาเจมส์บอน และยังเป็นการเชิญชวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติมาชมโคมไฟผ้าบาติกในรูปแบบต่างๆ รวมไปถึงการได้ชม แชะ ชิม กับอาหารทะเลที่สด อร่อยจากทะเลอันดามันเลือกซื้อสินค้าต่างๆ ซึ่งก่อให้เกิดการกระจายรายได้ในพื้นที่จังหวัดพังงาและการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวในอนาคต

Read More
ข่าวเศรษฐกิจ

ตลาดตั๋ว บี/อี ระส่ำอีกรอบ

เมื่อ “เมืองไทย ลิสซิ่ง” เจอกระแสข่าวเบี้ยวหนี้
ต้องบอกว่าในช่วงนี้เรื่อง“หนี้สิน”เป็นเรื่องใหญ่ และค่อนข้างเปาะบางมากสร้างความวิตกให้กับตลาดการเงินอย่างมาก หลังจากบริษัท เอ็นเนอร์ยี่ เอิร์ธ และ บริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ เอ็นเนอร์ยี่ คอร์ปอเรชั่น นำร่องเบี้ยวผิดนัดชำระหนี้ตั๋ว บี/อี ไปแล้ว รวมๆแล้วมูลค่าก็หลายพันล้านบาท ทำให้ตลาดตั๋ว บี/อี ต้องชะงักไปทันทีทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย เพราะกังวลว่าถ้าลงทุนไปแล้วจะเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยหรือไม่ และยิ่งล่าสุดมีข่าวลือออกมาว่า บริษัทเมืองไทย ลิสซิ่ง หรือ MTLS เบี้ยวหนี้ตั๋วบี/อี อีกราย แถมยังปัญหาสภาพคล่องหนัก ทำให้บริษัทต้องออกมาชี้แจงเพื่อสยบข่าว

โดย ‘ชูชาติ เพ็ชรอำไพ’ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมืองไทย ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ MTLS ตอบคำถามผ่านรายการ Stock Gossip ของกรุงเทพธุรกิจว่า บริษัทฯไม่ได้เบี้ยวหนี้ แต่เรื่องที่เกิดขึ้นมาจากบริษัทเตรียมปรับเงินกู้ระยะสั้นที่มีมูลค่า 5,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นสัดส่วนถึง 60% ของเงินกู้ทั้งหมดมาเป็นเงินกู้ระยะยาว เพื่อลดปัญหาการชำระคืนหนี้ระยะสั้น
การปรับโครงสร้างทางการเงินครั้งนี้สถาบันการเงินจะปล่อยกู้ระยะยาว 5,000 ล้านบาท บวกกับบริษัทเตรียมออกหุ้นกู้เดือนนี้ 3,500 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้บริษัทฯ ลดความเสี่ยงเรื่องตั๋ว บี/อี ได้ และทำให้มีสภพาคล่องการเงินเพียงพอรองรับธุรกิจ
คุณชูชาติ บอกว่า ที่ผ่านมาบริษัทฯก็ออกตั๋ว บี/อี มูลค่าทั้งหมด 5,000 ล้านบาท ซึ่งจะครบกำหนดชำระคืนเดือนสิงหาคม 50 ล้านบาท และทยอยชำระคืนเดือนละ 1,000 ล้านบาท ซึ่งบริษัทมีศักยภาพพอที่จะชำหนี้ได้จากกระแสเงินสดที่เข้ามาทุกเดือนอยู่แล้ว 4,000 ล้านบาท
สำหรับผลการดำเนินงานของบริษัท เมืองไทย ลิสซิ่ง งวด 6เดือน พบว่ามีหนี้สินรวม 22,447 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.58 % ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นจากการกู้ยืมเงินจากธนาคาร สถาบันการเงิน,การออกตั๋วเงินระยะสั้น และหุ้นกู้ เพื่อนำไปปล่อยสินเชื่อและขยายสาขา
ขณะที่พอร์ตการปล่อยสินเชื่อขยายตัวพิ่มขึ้น 61.71 % ทำให้มียอดปล่อยสินเชื่อแล้ว 29,305 ล้านบาท ขณะที่หนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญเพิ่มขึ้น 86.79 % อยู่ที่ 198 ล้านบาท แต่บริษัทสามารถควบคุมได้ โดยตั้งปีนี้ไม่ให้เกิน 1.5% จากปัจจุบันอยู่ที่ 1.1% และมีการสำรองหนี้รองรับไว้แล้ว 260 % ของเอ็นพีแอล
แม้ว่าผู้บริหารจะชี้แจงค่อนของข้างชัดเจนว่า บริษัทยังไม่ได้สะดุด แต่ที่น่าสนใจไปกว่านั้นคือบริษัทที่มีหนี้เยอะ ด้วยการออกตั๋วเงินระยะสั้นเพื่อมาให้เป็นกระแสเเงินสด ตอนนี้ต้องเจอกับการปรับโครงสร้างหนี้กันอุตหลุด และหากธุรกิจไม่แข็งแรงพอที่สถาบันการเงินไว้วางใจคงต้องเจอกับสถานการณ์สภาพคล่องชะงักอย่างช่วยไม่ได้

Read More
สถานการณ์การข่าว

ไฟไหม้ศาลาทรงไทยไม้สักวัดร้อยไร่สูญ50ล้าน

เกิดเหตุไฟไหม้ศาลาทรงไทยไม้สักหลังใหญ่ วัดร้อยไร่ เจ้าอาวาสคาดเสียหายประมาณ 50 ล้านบาท
เมื่อเวลา 06.18 น. เกิดเหตุไฟไหม้กุฎิพระ วัดร้อยไร่ ม.2 ต.ท่าช้าง อ.นครหลวง จ.พระนครศรี ไฟได้ลุกลามศาลาทรงไทยหลังใหญ่ ซึ่งมีกุฎิทั้งหมด 20 ห้อง ของอุบสิกา 6 ห้องเสียหายทั้วหทด กุฎิพระสงฆ์อีก 6 ห้อง ที่เสียหายบริเวณชายคาหน้าต่าง

จากการสอบถามผู้ที่เห็นเหตุการณ์ เล่าวว่า ไฟได้ลุกไหม้มาจากศาลาทรงไทยหลังใหญ่ ซึ่งเป็นที่เก็บของเวลาวัดมีงานต่างๆ และลุกลามอย่างรวดเร็ว เพราะมีพรมเป็นชื้อเพลิงอย่างดี ทางด้านเจ้าอาวาสวัดร้อยไร่ กล่าวว่า ค่าเสียหายคาดว่าประมาณ 50 ล้านบาท เพราะกุฎิหลังดังกล่าวทำด้วยไม้สักทั้งหลัง รวมทั้งหลังคาด้วย

ต่อมาเมื่อเวลา 07.34 น. จนท.สามารถสกัดเพลิงไว้ได้ตอนนี้เหลือแต่กลุ่มควันจางๆ กุฎิพระบางส่วนได้รับความเสียหาย ซึ่งพระที่จำวัดอยู่ 6 รูป ไม่มีที่พักอาจต้องนอนเต็นท์ไปก่อน

Read More
ข่าวด่วน

เดินตามหาสามีพบเป็นศพอยู่ใต้ฝาย

สุดสลดใจ!! สามีออกไปหาปลาแต่เช้ามืดแล้วไม่กลับมา ภรรยาออกไปตามหาทั้งวัน ก่อนพบว่ากลายเป็นศพอยู่ใต้ฝายกั้นน้ำ
เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 17 ส.ค.2560 หน่วยกู้ภัยสุรินทร์ มูลนิธิจิบเต็กเซียงตึ๊งได้รับแจ้งว่ามีเหตุคนจมน้ำเสียชีวิตที่บริเวณฝายกั้นน้ำลำพลับพลา หมู่ที่7บ้านตาเสือ ต.ทุ่งกุลา อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ จึงพร้อมด้วยทีมนักประดาน้ำรีบรุดไปยังที่เกิดเหตุ

เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุซึ่งเป็นฝายกั้นน้ำที่กั้นระหว่างอำเภอท่าตูม จ.สุรินทร์ และ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ดซึ่งกว้างประมาณ 25 เมตร และมีกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวรุนแรงโดยจุดที่เกิดเหตุอยู่ในฝั่งของ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ดซึ่งได้รับการเปิดเผยจากนางผดุง สะสม อายุ 54 ปีว่า ผู้เสียชีวิตคือนายทองดี สะสม อายุ 63 ปี ซึ่งเป็นสามีของตนโดยเมื่อเช้าก่อนเกิดเหตุได้ออกมาหาปลาที่บริเวณฝายแห่งนี้ตั้งแต่เช้ามืดจนกระทั่งบ่ายตนจึงได้ออกมาตามเนื่องจากไม่เห็นสามีกลับมากินข้าวที่บ้านแต่เมื่อมาถึงฝายน้ำล้นบริเวณที่เกิดเหตุพบแต่เพียงเบ็ดและรองเท้าแตะของสามี และพบรอยลื่นไถลลงไปในน้ำจึงรู้ว่าต้องเกิดเหตุร้ายกับสามีแน่จึงได้รีบกลับมาบอกญาติๆให้ช่วยกันออกตามหา พร้อมกับแจ้งขอความช่วยเหลือจากหน่วยกู้ภัย อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด และจากจังหวัดสุรินทร์ให้มาช่วยกันงมหาร่างของนายทองดี
โดยทีมนักประดาน้ำจากหน่วยกู้ภัยสุรินทร์ซึ่งมีอุปกรณ์และทีมงานที่พร้อมกว่าจึงได้เป็นฝ่ายจัดทีมลงงมหาร่างของผู้เสียชีวิตโดยเริ่มงมหาจากจุดที่เกิดเหตุออกไปตามกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวและรุนแรงโดยใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมงจึงพบร่างของผู้เสียชีวิตซึ่งอยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุออกไปประมาณ 100 เมตรจากนั้นจึงได้นำร่างของผู้เสียชีวิตขึ้นมายังฝั่งของอำเภอท่าตูม จ.สุรินทร์ซึ่งอยู่ใกล้ฝั่งกว่า

แต่เนื่องจากจุดที่เกิดเหตุเป็นเขตอำนาจการสอบสวนของ สภ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ดหน่วยกู้ภัยสุรินทร์จึงได้มอบร่างของผู้เสียชีวิตให้กับญาติซึ่งได้นำรถยนต์ขับอ้อมหมู่บ้าน เพื่อข้ามฝั่งมารอรับนำกลับไปยังฝั่งอำเภอสุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ดโดยมี พ.ต.ท.สมบัติ ผิวผ่อง สว. (สอบสวน) สภ.สุวรรณภูมิและแพทย์เวรจากโรงพยาบาลสุวรรณภูมิรอทำการชันสูตรพลิกศพอยู่อีกฝั่งก่อนที่จะมอบให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลต่อไป

Read More
ข่าวเด่นประจำวัน

รวบ7จีนคาบ้านหรู

รวบ7จีนคาบ้านหรู เปิดบ่อนออนไลน์8เดือนโกยร้อยล้าน

ตำรวจภาค2 ทลายแก๊งเปิดบ่อนออนไลน์ รวบ7ชาวจีนใช้วีซ่านักเรียนเปิดบ่อน เผยหัวหน้ารับ 1.5 ล้านต่อเดือน แค่8เดือนโกยร้อยล้าน
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 18 สิงหาคม ที่ห้องแถลงข่าวสำนักงานตำรวจภูธรภาค 2 พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง ผบช.ภ.2 , พล.ต.ต.สมประสงค์ เย็นท้วม ผบก.ภ.จว.ชลบุรี ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหาชาวจีนได้ลักลอบเข้ามาเปิดบ่อนการพนันออนไลน์ โดยตำรวจได้จับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 7 คนคือ นายฟู เดเหว่ย, นายหยู ฟ่างเจีย, นายเฟ่ง เฉียวหง, น.ส.หยู น่า, น.ส.เจ้า เฉ่าลี่, น.ส.หลู่ ช่างเหมย, น.ส.ฉู เฉียเจียว พร้อมด้วยของกลางคอมพิวเตอร์โน๊คบุค 10 เครื่อง เครื่องกระจายสัญญาณอินเตอร์เน็ต 2 เครื่อง โปรแกรมราคาการต่อรองการพนันกีฬาต่างๆ รายชื่อของผู้เข้าร่วมเล่นการพนันจำนวนหนึ่ง โดยจับกุมได้ที่หมู่บ้านณัชชา เลขที่ 450/24 ถ.เฉลิมพระเกียรติ หมู่ 9 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

โดยตำรวจได้ทำการสืบสวนสอบสวนโดยมีกลุ่มชาวจีนได้ลักลอบเข้ามาในประเทศไทยโดยใช้วีซ่านักเรียน มาเปิดบ่อนการพนันออนไลน์ผ่านระบบอินเตอร์เน็ต พนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยได้รับการสนันสนุนเงินทุนจากต่างประเทศ จึงได้ขอหมายค้นจากศาลจังหวัดพัทยาเข้าตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องหาพร้อมของกลางดังกล่าว โดยมีนายฟู เดเหว่ย เป็นหัวหน้า ได้ค่าตอบแทนเดือนละ 1.5 ล้านบาท โดยรับแทงพนันผลกีฬาต่างๆในประเทศไทย หลังจากนั้นได้ส่งให้นายทุนต่างประเทศ และได้เปิดบ่อนการพนันออนไลน์มานานกว่า 8 เดือน มีเงินหมุนเวียนเดือนละหลายสิบล้านบาท

Read More
ข่าวอาชญากรรม

‘แม่น้องพลอย’ ร่ำไห้รับกระดูกลูกไปบำเพ็ญกุศล

“แม่น้องพลอย” ร่ำไห้รับกระดูกลูกไปบำเพ็ญกุศล ลั่นไม่เชื่ออดีตสิบเอกทำคนเดียว เตรียมฌาปนกิจศพ 21 สิงหาคมนี้
ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ นางพัชรี ปั้นทอง มารดา พร้อม นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความ เดินทางมารับกระดูก น.ส.พลอยนรินทร์ ผลิผล หรือ น้องพลอย ซึ่งถูก นายพลกฤต วิเศษ อายุ 29 ปี อดีตทหาร ยศ ส.อ. สังกัด ศูนย์การทหารปืนใหญ่ ค่ายพหลโยธิน จ.ลพบุรี อดีตแฟนหนุ่มอุ้มฆ่าเผาอำพรางศพ บริเวณป่าข้างทางแห่งหนึ่งใน อ.แก่งคอย จ.สระบุรี เมื่อ 3 ปีก่อน ท่ามกลางบรรยากาศที่โศกเศร้า ผู้เป็นแม่ร้องไห้ปิ่มขาดใจ โดยมีสื่อมวลชนทุกแขนงมาเฝ้าติดตามบันทึกภาพทำข่าวเป็นจำนวนมาก

นางพัชรี กล่าวทั้งน้่ำตาว่า ตนเชื่อว่ามีคนที่ร่วมกันทำร้ายน้องอีกแน่นอน ไม่เชื่อว่าทำคนเดียว ที่ผ่านมาได้คุยกับ นายพลกฤต เขาก็ยกมือไหว้ขอโทษ และกราบเท้าแม่ บอกว่าเขาไม่ได้ตั้งใจ และญาติขอไปงานสวดศพน้องด้วย แต่แม่ไม่อนุญาต เพราะไม่อยากให้งานน้องวุ่นวาย ส่วนเรื่องคดีความฝากตำรวจทุกหน่วยให้ช่วยเหลือ อย่าให้น้องตายฟรี เพราะเรื่องนี้ตนติดตาม เกาะติดมานานมาก ตั้งแต่ตื่นมาก็ร้องให้ ตั้งแต่เกิดมาอยู่ด้วยกันกับน้องพลอยตลอด

“แม่รอน้องมา 3 ปี ยิ่งรู้ว่าน้องเสียชีวิตก็ยิ่งเสียใจ แม่เข้าบ้านเห็นแต่รอยยิ้มของน้อง ยอมรับว่าทำใจไม่ได้ ขอให้เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ อย่าให้ทำร้ายกันเพราะอารมณ์ชั่ววูบ อยากฝากบอกน้องไม่ต้องห่วง ให้น้องเป็นกำลังใจให้แม่ แม่รักน้องเหมือนเดิม ไม่มีวันไหนไม่รักน้อง รักทุกวัน” นางพัชรี กล่าวพร้อมสะอื้นร้องไห้

นางพัชรี กล่าวด้วยว่า หลังจากนี้จะไปทำพิธีเชิญวิญญาณน้องพลอยออกจากป่า ซึ่งเป็นจุดเผาศพบริเวณเนินเขากบฏ หมู่ 2 ต.ท่าค้อ อ.แก่งคอย เขตติดต่อ อ.วังม่วง จ.สระบุรี และช่วงเย็นจะจัดงานศพเป็นคืนแรก โดยจะนำกระดูกของน้องพลอยไปบำเพ็ญกุศลที่วัดกลาง อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา และจะมีพิธีฌาปนกิจศพในวันที่ 21 สิงหาคมนี้

Read More